Thai (ภาษาไทย)English (United Kingdom)

งานสำคัญ

Beach Holiday

มุมของเด็กๆ

ผลงานศิลปะของน้องๆบ้านเมอร์ซี่

รวมรูปภาพ

กิจกรรมพิเศษและชีวิตประจำวันที่ศูนย์เมอร์ซี่
แจ้งรับข่าวสารทาง Email ได้ที่นี่

opengate-th

The Open
Gate of Mercy

by Fr. Joe Maier

Purchase here!

Positive Voices
from Thailand

Poor People Living with HIV/AIDS Tell their Stories
pwp_cd_cover_220

Music For Mercy

Irish All Stars: all proceeds go to Mercy Centre.
Purchase here!
What
Mercy Kids Perform at Bangkok’s World Music Festival
วันศุกร์ที่ 25 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 10:23 น.

Mercy Kids Perform at Music Festival
There is at least one wonderful advantage to life in a large family like ours.

After years of practice and study, our children have started their own Thai orchestra.

And for the past two years in particular their skills have become quite impressive. Professors from Mahidol College of Music have been providing professional instruction on a wide range of traditional instruments - from the Ranat (something like a zither) to the Khong Wong Yai (a large semi-circular Gong-chime played like a vibraphone). The results have been outstanding.

The Mercy Orchestra performed last week at the “Rhythm of Earth” World Music Festival in Bangkok to a very enthusiastic audience. (Photo gallery here.)
 world music festival - mercy kids

 
Happy Valentine's Day
วันอังคารที่ 15 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 03:53 น.

Dear Everyone,

We (my Mercy Centre family and I) stumble through life… never knowing the lyrics nor the music to the songs that every new day brings to each of us… never knowing the storyline of each sunrise or sunset.

But we are happy, and try to be joyful with all the Lord sends us between earth and sky, and we learn from our children here at Mercy to try to have as much fun as possible with each new day, and perhaps in doing so, say our prayers along the way, and help another child.

Here is a Valentine’s gift to all our friends: a short video showing how our slum kindergarten kids welcome each new school day. (Watch the video.)

Happy Valentine’s Day.

Prayers

fr. joe in Klong Toey, Bangkok
 Lock 6 Mercy KIndergarten
Photo by Wang Eng Eng

 
Madam Ambassadors Visit Mercy Kindergarten
วันศุกร์ที่ 04 กุมภาพันธ์ 2011 เวลา 06:54 น.
Yenakart School
It is not easy to find our Yenakart Mercy Preschool on any Bangkok map, tucked away, as it is, in an obscure slum community beneath an overpass on the way to Papadaeng.  But somehow a bicycle tour company – Recreational Bangkok Biking – stumbled upon our Yenakart school several years ago, and they have been supporting us ever since. Today they lead a group of Madam Ambassadors from Austria, Belgium, Canada, Chile, Mexico, the Netherlands, Pakistan, Saudi Arabia and South Africa on a visit to our Yenakart school.  Our teachers received a generous donation, and our school children danced, sang, and, of course, as they always do, hula-hooped with unbridled joy for their guests. Also, as captured below, the kids enjoyed a few games of paddy cakes.
yenakart 2
 
Archbishop of Bangkok Leads Walk for Mercy
วันศุกร์ที่ 21 มกราคม 2011 เวลา 06:52 น.

Archbishop of Bangkok
On the morning of January 8, 2011, the Archbishop of Bangkok Frances Xavier Kriengsak Kovitvanich lead a group representing ten local Catholic Churches in a charity walk in Lumpini Park to support our Mercy Centre.  Over 1,000 adults and children joined in the walk, including our own Mercy children and their House Moms and Dads. After everyone crossed the finish line, our children demonstrated their skills in Taekwondo, music and dance to the assembled crowd.

Our photo gallery here tells the story: it was a beautiful day!

 Walk for Mercy

 

 
Happy Holidays from Our Mercy Children
วันศุกร์ที่ 24 ธันวาคม 2010 เวลา 17:01 น.
Please watch this high-spirited holiday message from our Mercy children.
 
เรื่องราวแห่งวันคริสต์มาส – ปี พ.ศ.2553
วันพุธที่ 22 ธันวาคม 2010 เวลา 11:11 น.
Christmas Story Illustration

วันนี้เป็นวันคริสต์มาส ณ ชุมชนแออัดย่านคลองเตย พวกเราได้พยายามและทุ่มเทกันมาตลอดทั้งปีเพื่อตามหาพ่อแม่ของเด็กที่ถูกทอดทิ้งเหล่านี้ เด็กๆที่มีศูนย์เมอร์ซีเป็นเหมือนบ้านของพวกเขา บ้านเพียงหลังเดียวที่เขาจำได้ พวกเขาอยากรู้ว่าตนเองมาจากไหน อยากมีความทรงจำในอดีตเหมือนคนอื่นๆ แม้จะเป็นความจริงอันเจ็บปวดและไม่น่าชื่นชมยินดีเลย แต่ถึงอย่างไรมันก็จะทำให้พวกเขาสามารถเล่าเรื่องราวของตนเองได้ และมีโอกาสได้กลับไปที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของเขา แม้จะเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆก็ตาม การตามหาบ้านที่แท้จริงของเด็กๆโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอันห่างไกลนั้นช่างเป็นงานที่ยากลำบากจริงๆ และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกันที่จะต้องตามหาพ่อแม่ของเด็ก ซึ่งไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามและตั้งใจจริงก็ทำให้พวกเราประสบผลสำเร็จมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง

หากจะเปรียบก็คงเหมือนครอบครัวของพระเยซูคริสต์ที่ได้เดินทางออกจากอียิปต์ เพื่อกลับบ้านของตน การเดินทางอันยาวไกลจากอียิปต์มุ่งหน้าสู่เมืองกาลิลีด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น งดงามแม้จะต้องเจ็บปวดและพบกับภยันอันตรายหลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกับเราที่จะได้กลับบ้านในวันคริสต์มาสนี้

 และเนื่องจากวันนี้เป็นวันคริสต์มาสเราจึงขอถ่ายทอดเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ดังต่อไปนี้

นี่เป็นเรื่องราวของโจเซฟ มารี และลูกน้อย...พระเยซูคริสต์  โจเซฟมีอาชีพเป็นช่างไม้รับจ้างเดินทางไปมาระหว่างหัวเมืองต่างๆในอียิปต์เพื่อหางานทำเลี้ยงชีพ รับงานก่อสร้างทั้งงานไม้และงานหิน  ตามตำนานเล่าว่าโจเซฟและครอบครัวต้องหลบหนีออกจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมืองหนึ่งอยู่เสมอ สาเหตุก็เป็นเพราะทุกครั้งที่พวกเขาเดินผ่านรูปปั้นใดๆ ก็มักจะทำให้รูปปั้นเหล่านั้นพังทลายลงมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ในขณะที่ผู้คนเหล่านั้นรู้สึกไม่พอใจและตามไล่ล่าครอบครัวของโจเซฟ แต่ฉันและคนอื่นๆที่กลับรู้สึกชื่นชมยินดี เพราะโจเซฟและครอบครัวได้ทำให้ดินแดนต่างๆที่พวกเขาเดินทางผ่านกลายเป็นสถานที่แห่งพระพร และอียิปต์เองก็ได้กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหตุผลนี้

 เป็นเวลากว่าสองปีที่พวกเขาต้องคอยหลบหนีเอาชีวิตรอด เป็นเวลากว่าสองปีแล้วนับจากคืนแห่งความตาย ณ เมืองเบธเลเฮม คืนวันนั้นที่พระเยซูคริสต์ได้ถือกำเนิดขึ้น

 ในคืนนั้นทูตสวรรค์ได้บันดาลให้โจเซฟฝันถึงเหตุการณ์อันเป็นนิมิต เตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น  ขณะเดียวกันเฮโรดผู้ชั่วร้ายก็ได้ส่งลูกน้องที่โหดเหี้ยมที่สุดของตนให้มาฆ่าพระเยซูคริสต์น้อยที่เพิ่งลืมตามาดูโลก ในตอนนั้นพระนางมารีก็ตื่นขึ้นด้วยสัญชาติญาณแห่งความเป็นแม่ จูบลูกน้อยเบาๆเพื่อปลุกให้ตื่น แล้วค่อยๆหนีออกมา ณ ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดยามเที่ยงคืน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนแห่งความหวาดกลัว ในฝันของโจเซฟนั้น มีเสียงบอกเขาว่า “จงพาแม่ลูกคู่นี้ไปยังอียิปต์”

ตามตำนานเก่าแก่แห่งคริสต์ศาสนานั้นเล่าว่า ครอบครัวของโจเซฟออกเดินทางออกมาตามลำพังในคืนนั้น ไปตามเส้นทางที่เสี่ยงอันตรายในทะเลทรายเนเกฟ ด้วยความเชื่อและศรัทธาในพระเจ้า โดยมีดวงดาวเป็นผู้นำทาง หากจะเลือกใช้เส้นทางปกติที่ผ่านกาซ่า ก็กลัวว่าจะมีทหารที่กษัตริย์เฮโรดส่งมา ยืนถือดาบรอพวกเขาอยู่

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันที่โจเซฟเริ่มออกเดินทางจนเข้าสู่อียิปต์ พวกเขาเปรียบเหมือนนักเดินทางแปลกหน้า อยู่ในดินแดนแปลกถิ่น ที่ตนไม่เคยรู้จัก โจเซฟและครอบครัวเดินทางไปเรื่อยๆด้วยความระมัดระวัง และไม่ไว้ใจผู้ใด

และในวันนี้ ถือเป็นวันครบรอบสองปีนับตั้งแต่วันประสูติของพระเยซูคริสต์ และแม้เวลาจะผ่านไปอีกหลายศตวรรษ ผู้คนก็ยังระลึกถึงความสำคัญของวันๆนี้ และเรียกว่าเป็นวันฉลองคริสต์มาส แต่ ณ คืนนั้น โจเซฟและครอบครัวยังเดินทางต่อไปตามลำพัง ไม่มีทูตสวรรค์มาขับขาน ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าบนสวรรค์ ไม่มีคนเลี้ยงแกะ ไม่มีโหราจารย์ทั้งสามที่นำทอง กำยาน และมดยอบมามอบให้เป็นของกำนัลแก่ทารกน้อย

โจเซฟไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งบ้าน เขาและครอบครัวต้องอาศัยที่พักคนงานใกล้ๆไซต์งานก่อสร้างเป็นที่พักชั่วคราว  และเนื่องจากเขาไม่ใช่ชาวอียิปต์ จึงเป็นได้เพียงเป็นคนงานนอกเวลา คอยเสริมตำแหน่งที่ยังว่างและขาดคน ไม่มีอัตราค่าจ้างที่แน่นอน นอกจากเท่าที่นายจ้างจะให้เท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไร จงยิ้มไว้...โจเซฟ...คนต่างถิ่นในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ชาวต่างชาติที่มารับจ้างเป็นคนงานก่อสร้างในเขตทหารของอียิปต์หรือโรมัน

โจเซฟเดินทางมุ่งหน้าไปยังกรุงไคโรเก่า ที่ซึ่งอีกหลายร้อยปีหลังจากนั้นจะถูกบูรณะและสร้างขึ้นใหม่ กลายเป็นกรุงไคโรอย่างในปัจจุบัน  กรุงไคโรเก่าตั้งอยู่ในแม่น้ำไนล์ โจเซฟเคยได้ยินมาว่าที่นั่นมีงานประจำให้กับช่างไม้มืออาชีพอย่างเขา ตำนานหลายฉบับที่เล่าต่อกันมายืนยันตรงกันว่าโจเซฟและครอบครัวตัดสินใจอาศัยอยู่ที่กรุงไคโรเก่าต่อไปอีกสองสามปี ด้วยการรอคอย และสวดอ้อนวอนให้ทูตสวรรค์มาบันดาลให้เกิดความฝันกับเขาอีกสักครั้ง โจเซฟเฝ้ารอนิมิตที่จะบอกให้เขารู้ว่าถึงเวลากลับบ้านแล้ว

ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากนั้นต่อไปอีกห้าปี ขณะที่ยังอยู่ในอียิปต์ โจเซฟได้ฝันถึงนิมิตบอกเหตุอีกครั้ง ในฝันนั้นกษัตริย์เฮโรดผู้โหดเหี้ยมได้สิ้นพระชนม์ลง พระนางมารีเองก็ได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาจากตลาดเช่นเดียวกัน

โจเซฟและมารีปรึกษากัน และสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาได้ข้อสรุปว่าถึงเวลาแล้วที่น่าจะพาลูกกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย บ้านในกาลิลี บ้านของพวกเขา ญาติพี่น้อง และบรรพบุรุษ

 การเดินทางกลับสู่บ้านในกาลิลีใช้เวลาอีกหนึ่งเดือน พวกเขานั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำไนล์ ขี่ลา แล้วเดินเท้าต่อไปอีก โจเซฟและครอบครัวยังคงเดินทางด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เลือกใช้เส้นทางอ้อม แทนที่จะผ่านเมืองใหญ่อย่างเยรูซาเล็ม หรือนาซาเร็ธ จนมาถึงบ้านในที่สุด ทันทีที่ญาติพี่น้อง และสมาชิกในครอบครัวได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง ทุกคนต่างก็ซาบซึ้ง ร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติ แล้วผลัดกันเล่าเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคน ใครจากไป ใครมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว พวกเขาเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหลังจากที่ต้องจากกันไปถึงหกปี

 และเราขอใช้เรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อต้อนรับพวกคุณทุกคนที่มาเยือน ยินดีต้อนรับสู่บ้านเมอร์ซีอีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่า “ศูนย์เมอร์ซี บ้านแสนวิเศษของพวกคุณ” แห่งนี้ คือ สถานที่แห่งความทรงจำที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของคุณทุกคน ความทรงจำอันแสนหวานที่มักมีความทุกข์เจือปนอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้เราทุกคนจงกลับบ้านของตน จากที่ๆพวกคุณอยู่ และที่นี่บ้านของพวกเรา หากโชคดี เราอาจได้พบโจเซฟ พระนางมารี และพระเยซูคริสต์พระองค์น้อย กำลังก้าวเดินไปตามทาง หรือคุณอาจได้พบเด็กที่ถูกทอดทิ้งอยู่ข้างถนน บางทีพวกเขาอาจเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระเยซูคริสต์ก็ได้ จงกอดพวกเขาไว้ แล้วอวยพรให้เขามีความสุขในวันคริสต์มาสนี้

 
<< เริ่มแรก < ย้อนกลับ 11 12 13 14 15 16 17 18 19 20 ถัดไป > สุดท้าย >>

หน้า 17 จาก 23