วันศุกร์, 02 กรกฎาคม 2553 09:44
Dear everyone
Someone asked me to jot down some words on the celebration of my Ordination and First Mass - about being a "Senior Priest." 
Forty Five years ago  - counting from today - as a newly Ordained Catholic Priest, I said my First Mass and gave my  first Priestly Blessings  in a small farmtown-wooden Church in South  Dakota in the United States.
It was and still is terribly important that I  began my Official Priesthood there, saying my first Mass in that rural community where my Irish and German ancestors homesteaded after the American Civil War.   Me, the son of a farmer and the son of a farmer's daughter. 
Through these years of my priesthood, it seems that the great rules of Evangelization have become clearer.  
To politely say, Good Morning - Good Evening to everyone I meet.
To say I am sorry - to apologize when I am wrong, always giving honor to all I meet along the way.
To say thank you even when it might not seem necessary.
I have been honored and blessed beyond belief in that my Religious Order, the Redemptorists,  sent me to Thailand and then Laos, and then, 37 years ago, back to Bangkok to the Slaughter House in the slums, to be Parish Priest for our Catholics who butcher the pigs - where I have been accepted as a true  family member and a real part of this beautiful slum community.
  
My and your stories are not yet finished - the last words have not yet been written and the final scenes are still open-ended. A song writer said:  "Been doing some Hard Traveling down the Road" and yes, the future is a mystery, but there is hope.  There is joy.
 
Prayers - fr joe

สวัสดีทุกๆคน

เคยมีคนขอให้ผมเขียนคำกล่าวสั้นๆในวันฉลองครบรอบการเป็นบาทหลวงของผม ในฐานะ “บาทหลวงอาวุโส”

จน ถึงว่านี้ เป็นเวลากว่า 45 ปีมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจบวชเป็นพระคาทอลิก ได้เทศน์ให้คริสตศาสนิกชนฟังเป็นครั้งแรก และสวดภาวนา ที่โบสถ์ไม้เล็กๆแห่งหนึ่งในรัฐเซาท์ ดาโกตา ประเทศสหรัฐอเมริกา

นับ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งในชีวิตลูกหลานชาวสวนอย่างผม จุดเริ่มต้นของชีวิตการเป็นนักบวช การเทศน์ครั้งแรกของผมที่โบสถ์เล็กๆในชนบท เมืองที่บรรพบุรุษไอริชและเยอรมนีของผมตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ หลังสงครามกลางเมืองอเมริกา

ปีแล้วปีเล่าที่ผมได้ใช้ชีวิตในฐานะนัก บวช หน้าที่ของผมในการเผยแพร่ประวัติและคำสอนของพระเยซูคริสต์ดูจะเด่นชัดมาก ขึ้นเรื่อยๆ ผมเรียนรู้ที่จะกล่าวทักทายทุกคนอย่างสุภาพจนติดเป็นนิสัย เรียนรู้ที่จะกล่าวขอโทษเมื่อทำผิด ให้เกียรติทุกคนที่ผมพบ และกล่าวขอบคุณผู้อื่นเสมอ แม้บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็ได้

ด้วย ความเคารพและยึดมั่นในศาสนาทำให้ผมได้รับเกียรติและการอวยพรอยู่เสมอ และด้วยหน้าที่ของบาทหลวง ตามหลักปฏิบัติแห่งการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ ผมได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทยแล้วจึงย้ายไปประจำที่ ประเทศลาวหลังจากนั้น ต่อมาอีก 37 ปีผมกลับมาอยู่กรุงเทพฯอีกครั้ง ที่โรงฆ่าสัตว์ในชุมชนแออัดย่านคลองเตย เพื่อคริสต์ศาสนิกชนในย่านนี้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู ที่ซึ่งผมได้รับการต้อนรับราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน เปรียบเสมือนสมาชิกอีกคนหนึ่งในชุมชนแห่งนี้

เรื่องราวของผมยังไม่จบ เพียงเท่านี้ ผมยังไม่ได้เขียนตอนจบของเรื่อง ยังไม่ได้กำหนดว่าฉากสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เหมือนที่นักแต่งเพลงคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นการเดินทางผจญภัยไปตามเส้นทางที่อยู่ข้างหน้า” เช่นเดียวกับชีวิตผม แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ความหวังและความชื่นชมยินดีจะยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในใจเสมอ

บทสวดอวยพรพระเจ้า – คุณพ่อโจฯ