วันจันทร์, 20 ธันวาคม 2553 10:19

Mercy Kids Cheering

ในนามของเด็กๆสมาชิกศูนย์เมอร์ซีและพ่อแม่ของพวกเขา ครูอาจารย์ คนครัว คนงาน และสมาชิกทุกคนในศูนย์เมอร์ซีแห่งนี้  เราขอขอบคุณในมิตรภาพและความช่วยเหลือสนับสนุนที่พวกคุณมีให้ตลอดปี ค.ศ.2010 ที่ผ่านมา

และเราขอนำเสนอรายงานเกี่ยวกับตัวเลขสถิติในปี ค.ศ.2010 บางส่วนที่แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพที่คุณให้มานั้นสร้างความแตกต่างให้เกิด ขึ้นกับเด็กๆและชุมชนคลองเตยมากเพียงใด

ในปี ค.ศ.2010 บ้านเมอร์ซีมีเด็กกำพร้าและเด็กที่ถูกทอดทิ้งจำนวน 182 คนอยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกับเรา เด็กเหล่านี้มีโอกาสได้ไปโรงเรียน ได้รับการดูแลสนับสนุน ให้กำลังใจ ให้ความรู้ และดูแลเอาใจใส่ เด็กๆได้รู้จักโลกแห่งเสียงดนตรี การเต้นรำ กีฬา ศิลปะ และการต่อสู้ป้องกันตัว เราเฉลิมฉลองชีวิตใหม่ด้วยกันทุกวัน

ผลการดำเนินงานของพวกเราในปี ค.ศ.2010

  • เด็กๆในชุมชนแออัด 2,324 คน ได้รับการดูแลในสถานศึกษาก่อนวัยเรียนในกรุงเทพฯ 21 แห่ง
  • มีผู้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา 651 ราย เพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนในกรุงเทพฯที่มีความเป็นอยู่อย่างอัตคัดขัดสน
  • มีผู้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา 505 ราย ช่วยเหลือเด็กยากจนเผ่ามอร์แกนในจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และระนอง ซึ่งมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก
  • ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวนกว่า 54 คนได้รับการดูแลจากศูนย์เมอร์ซี
  • ผู้ป่วยโรคเอดส์ในศูนย์เมอร์ซี 846 คนได้รับการดูแลช่วยเหลือจากครอบครัวทางบ้าน
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวนกว่า 3,468 คนได้รับคำปรึกษาจากทีมงานศูนย์เมอร์ซีในโรงพยาบาลของรัฐ
  • เด็กและผู้ใหญ่ที่ร่อนเร่อยู่ตามข้างถนนได้เข้าเรียนในโรงเรียนยานัส คอร์แซก (Janusz Korczak School) ของเรา
  • สมาชิกในครอบครัวที่มีความเป็นอยู่อยากยากลำบาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กว่า 359 คน ได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารและค่าครองชีพพื้นฐานจากศูนย์เมอร์ซี
  • มีเด็กยากจนกว่า 380 คน ที่ถูกดำเนินคดีในสถานีตำรวจหรือคดีความในศาลได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์เมอร์ซี
  • เด็กและสมาชิกในครอบครัวที่ยากจนจำนวน 1,013 ราย ได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายและคดีความจากเจ้าหน้าที่ศูนย์เมอร์ซี
  • สหภาพสินเชื่อสตรีของเราได้อนุมัติเงินกู้รายย่อยให้สมาชิกกว่า 97 ราย
  • เด็กๆในศูนย์เมอร์ซี 27 คนได้เข้าเรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

 รวมถึงผลการดำเนินงานของเราอีก 2 ประการ นั่นคือ

ในปี ค.ศ.2010 มีเด็กที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในศูนย์เมอร์ซีของเราเพิ่มขึ้นอีก 36 คนโดยเป็นเด็กผู้ชาย 27 คนและเด็กหญิง 9 คน ด้วยหลักการที่เรายึดมั่นอยู่เสมอว่าเราจะไม่มีวันเพิกเฉยและละทิ้งเด็กที่ ต้องการความช่วยเหลือ

และในปีที่ผ่านมา มีเด็กๆในศูนย์เมอร์ซีถึง 23 คน (เด็กชาย 16 คนและเด็กหญิง 7 คน) มีโอกาสได้กลับบ้าน และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงของตน กระบวนการในการประสานงานเพื่อส่งเด็กกลับไปหาครอบครัวของตนนั้นไม่ใช่เรื่อง ง่ายเลย เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งจากเจ้าหน้าที่ ทีมงานศูนย์เมอร์ซีและจากฝ่ายครอบครัวของเด็กด้วย แต่ผลที่ได้นั้นยิ่งใหญ่และคุ้มค่าเกินสิ่งใด

 ครอบครัวคือทุกสิ่งทุกอย่าง

                ขอบคุณที่มาร่วมเป็นสมาชิกครอบครัวเมอร์ซี ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือสนับสนุนที่มอบให้เราตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ขอบคุณ สำหรับทุกคำพูดที่อ่อนโยน สัมผัสอันอบอุ่น และทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำมานั้น เป็นของขวัญอันมีค่ายิ่งที่มอบให้เรา

Photo by Yoonki Kim

วันเสาร์, 06 พฤศจิกายน 2553 03:57

Street Children Go Camping

เพื่อนรัก

                ผมอยากเล่าเรื่องราวอันน่าประทับใจของเด็กๆในศูนย์เมอร์ ซีให้พวกคุณได้ฟัง เด็กๆที่เคยถูกทอดทิ้งอยู่ข้างถนน เมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเขามีโอกาสได้ไปออกค่ายร่วมกันอย่างสนุกสนาน

                ช่างเป็นช่วงเวลาที่วิเศษจริงๆ ลองนึกภาพตามดูสิ แล้วคุณจะเห็นภาพเด็กๆร่วมทำกิจกรรมต่างๆอย่างสนุกสนานตลอดช่วงเวลาสี่วัน สี่คืนในค่ายแห่งนี้ (ชมภาพบรรยากาศกิจกรรม)

                ตามปกติแล้ว เด็กที่ถูกทอดทิ้ง มักหลับนอนอยู่ตามตึกร้าง ใต้สะพาน ท่อระบายน้ำ หากโชคดีก็อาจได้นอนบนพื้นบ้าน ตามบ้านเพื่อนหรือเพิงที่พักของญาติไม่กี่วัน เด็กๆเหล่านี้ไม่อาจจะไว้ใจใครได้ พวกเขาต้องอยู่ได้ด้วยตัวเอง เอาตัวรอดไปแต่ละวันๆในโลกแห่งความโหดร้ายที่มีอันตรายรอบด้าน หากนับจำนวนเด็กข้างถนนที่ไม่อาจมีชีวิตอยู่รอดได้ก็คงเทียบเท่าได้กับจำนวน ทหารที่เสียชีวิตจากการต่อสู้ในสนามรบ เด็กเหล่านี้ต้องมาจบชีวิตลงทั้งๆที่ยังมีอายุเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

                แม้เด็กๆที่ถูกทอดทิ้งจะไม่ค่อยเชื่อใจใครเท่าใดนัก แต่เจ้าหน้าที่ของเราก็สามารถสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและชวนเด็กๆเหล่านี้ ให้มาร่วมออกค่ายกับเราในวันหยุดที่อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ได้ถึง 40 คน เด็กๆเหล่านี้มีโอกาสได้เล่นเกมเหมือนเด็กทั่วไป ได้ปีนเขา ทำกิจกรรม ออกกำลังกายจนเหนื่อย ได้ลองทำอาหารเอง รู้จักเพื่อนใหม่ เรียนรู้ที่จะแบ่งปันและไว้ใจคนอื่น เด็กๆได้สนุกสนานและหัวเราะอย่างที่คุณคิดไม่ถึง และเหนือสิ่งอื่นใดก็คือ พวกเขาไม่ต้องอยู่ด้วยความกลัวตลอดเวลาที่อยู่ในค่ายแห่งนี้

 

อ่านเพิ่มเติม...

วันศุกร์, 02 กรกฎาคม 2553 09:44
Dear everyone
Someone asked me to jot down some words on the celebration of my Ordination and First Mass - about being a "Senior Priest." 
Forty Five years ago  - counting from today - as a newly Ordained Catholic Priest, I said my First Mass and gave my  first Priestly Blessings  in a small farmtown-wooden Church in South  Dakota in the United States.
It was and still is terribly important that I  began my Official Priesthood there, saying my first Mass in that rural community where my Irish and German ancestors homesteaded after the American Civil War.   Me, the son of a farmer and the son of a farmer's daughter. 
Through these years of my priesthood, it seems that the great rules of Evangelization have become clearer.  
To politely say, Good Morning - Good Evening to everyone I meet.
To say I am sorry - to apologize when I am wrong, always giving honor to all I meet along the way.
To say thank you even when it might not seem necessary.
I have been honored and blessed beyond belief in that my Religious Order, the Redemptorists,  sent me to Thailand and then Laos, and then, 37 years ago, back to Bangkok to the Slaughter House in the slums, to be Parish Priest for our Catholics who butcher the pigs - where I have been accepted as a true  family member and a real part of this beautiful slum community.
  
My and your stories are not yet finished - the last words have not yet been written and the final scenes are still open-ended. A song writer said:  "Been doing some Hard Traveling down the Road" and yes, the future is a mystery, but there is hope.  There is joy.
 
Prayers - fr joe

สวัสดีทุกๆคน

เคยมีคนขอให้ผมเขียนคำกล่าวสั้นๆในวันฉลองครบรอบการเป็นบาทหลวงของผม ในฐานะ “บาทหลวงอาวุโส”

จน ถึงว่านี้ เป็นเวลากว่า 45 ปีมาแล้ว ตั้งแต่วันที่ผมตัดสินใจบวชเป็นพระคาทอลิก ได้เทศน์ให้คริสตศาสนิกชนฟังเป็นครั้งแรก และสวดภาวนา ที่โบสถ์ไม้เล็กๆแห่งหนึ่งในรัฐเซาท์ ดาโกตา ประเทศสหรัฐอเมริกา

นับ เป็นช่วงเวลาที่สำคัญยิ่งในชีวิตลูกหลานชาวสวนอย่างผม จุดเริ่มต้นของชีวิตการเป็นนักบวช การเทศน์ครั้งแรกของผมที่โบสถ์เล็กๆในชนบท เมืองที่บรรพบุรุษไอริชและเยอรมนีของผมตัดสินใจตั้งรกรากอยู่ หลังสงครามกลางเมืองอเมริกา

ปีแล้วปีเล่าที่ผมได้ใช้ชีวิตในฐานะนัก บวช หน้าที่ของผมในการเผยแพร่ประวัติและคำสอนของพระเยซูคริสต์ดูจะเด่นชัดมาก ขึ้นเรื่อยๆ ผมเรียนรู้ที่จะกล่าวทักทายทุกคนอย่างสุภาพจนติดเป็นนิสัย เรียนรู้ที่จะกล่าวขอโทษเมื่อทำผิด ให้เกียรติทุกคนที่ผมพบ และกล่าวขอบคุณผู้อื่นเสมอ แม้บางครั้งอาจไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้นก็ได้

ด้วย ความเคารพและยึดมั่นในศาสนาทำให้ผมได้รับเกียรติและการอวยพรอยู่เสมอ และด้วยหน้าที่ของบาทหลวง ตามหลักปฏิบัติแห่งการไถ่บาปของพระเยซูคริสต์ ผมได้รับมอบหมายให้มาปฏิบัติหน้าที่ที่ประเทศไทยแล้วจึงย้ายไปประจำที่ ประเทศลาวหลังจากนั้น ต่อมาอีก 37 ปีผมกลับมาอยู่กรุงเทพฯอีกครั้ง ที่โรงฆ่าสัตว์ในชุมชนแออัดย่านคลองเตย เพื่อคริสต์ศาสนิกชนในย่านนี้ที่ทำงานในโรงฆ่าหมู ที่ซึ่งผมได้รับการต้อนรับราวกับเป็นครอบครัวเดียวกัน เปรียบเสมือนสมาชิกอีกคนหนึ่งในชุมชนแห่งนี้

เรื่องราวของผมยังไม่จบ เพียงเท่านี้ ผมยังไม่ได้เขียนตอนจบของเรื่อง ยังไม่ได้กำหนดว่าฉากสุดท้ายจะเป็นอย่างไร เหมือนที่นักแต่งเพลงคนหนึ่งเคยกล่าวไว้ว่า “เป็นการเดินทางผจญภัยไปตามเส้นทางที่อยู่ข้างหน้า” เช่นเดียวกับชีวิตผม แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเป็นอย่างไร แต่ความหวังและความชื่นชมยินดีจะยังคงเต็มเปี่ยมอยู่ในใจเสมอ

บทสวดอวยพรพระเจ้า – คุณพ่อโจฯ

วันจันทร์, 21 มิถุนายน 2553 16:40

วันที่ผมกำลังเขียนถึงคุณนี้เป็นช่วงต้นเดือนมิถุนายน หลัง “เหตุการณ์เผากรุงเทพฯ” – การเดินขบวนและประท้วงที่ทำให้เกิดความสับสนวุ่นวายในเมืองที่เคยสวยงามร่ม เย็นแห่งนี้กว่าสองเดือน เปรียบดั่งน้ำกรดที่ราดรดจิตวิญญาณของผืนแผ่นดินนี้ กรดพิษที่กระจายไปทั่วทุกชุมชนในกรุงเทพฯ

และที่คลองเตยแห่งนี้ เด็กๆที่ศูนย์เมอร์ซี่เล่น “make-up games” กันตามท้องถนน as did the children behind the barricades, but children do that everywhere  แม้เราจะไม่ได้ถูกทำร้ายทางกาย แต่ในใจนั้นราวกับมีบาดแผลฝังลึกอยู่ภายใน เราได้แต่สวดวิงวอนขอให้มีสันติสุข ความยุติธรรม และสติปัญญาเกิดขึ้นในสังคม

อ่านเพิ่มเติม...

วันศุกร์, 18 มิถุนายน 2553 06:43

Apiwat Education/outreach

คุณอภิวัฒน์ กวางแก้ว หนึ่งในสมาชิกผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษาของคณะทำงานเพื่อช่วยเหลือผู้ติดเชื้อ เอชไอวีและคนไข้โรคเอดส์ ได้รับเลือกให้เป็นประธานเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย  

 
เครือข่ายผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ ประเทศไทย เป็นองค์กรระดับประเทศที่มีคณะทำงานทั้งระดับภูมิภาคและระดับท้องถิ่นเพื่อ เรียกร้องสิทธิให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ โดยมีการกำหนดนโยบายในการเรียกร้องสิทธิให้ผู้ที่ติดเชื้อเอดส์ ไม่ว่าจะเป็นการจดสิทธิบัตรยา สิทธิในการเข้าถึงการยาและการรักษาพยาบาล ให้กับประชาชนในระดับรากหญ้าและผู้ที่อยู่ห่างไกล คุณอภิวัฒน์มาที่ศูนย์เมอร์ซี่ครั้งแรกในฐานะผู้ป่วยพร้อมด้วยเรื่องราวที่ น่าประทับใจยิ่ง

“ตอนเด็กๆ พ่อแม่ไม่สามารถเลี้ยงดูผมได้จึงส่งไปอยู่กับพ่อแม่บุญธรรม แม้ครอบครัวใหม่จะเลี้ยงดูผมด้วยความรัก แต่ผมก็ยังคิดถึงและโหยหาความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่แท้จริงของผมอยู่เสมอ

อ่านเพิ่มเติม...

วันจันทร์, 10 พฤษภาคม 2553 01:52


จดหมายข่าว –  ฉบับวันที่ 6 พฤษภาคม 2553
วาดโดย อาลี

Photo by Ali เพื่อนๆทุกคน

ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะที่สถานการณ์ในประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่วิกฤติการณ์ทางการเมืองและสังคม เราได้รับโทรศัพท์และอีเมลแสดงความห่วงใยจากเพื่อนๆเป็นจำนวนมากกล่าวสอบถาม และวิตกกังวลว่าเด็กๆจะได้รับผลกระทบไปด้วยหรือไม่ ขอบคุณจริงๆ


สัปดาห์นี้ทุกอย่างดูจะเป็นไปในทางที่ดีขึ้น จากที่เคยเห็นกลุ่มผู้ประท้วงปักหลักอยู่ในย่านศูนย์การค้าและห้างสรรพ สินค้า สร้างปราการและแนวเขตแดนของตน โดยนำยางรถยนต์ที่ราดด้วยน้ำมันก๊าดจนชุ่มมากองสุมกัน และใช้ลำไม้ไผ่แหลมมาล้อมเป็นรั้ว กับฝ่ายทหารที่พยายามกันไม่ให้กลุ่มผู้ประท้วงบุกเข้าไปในเขตศูนย์กลาง ธุรกิจและการเงินของกรุงเทพฯได้ ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามเจรจาตกลงกันเพื่อหาข้อสรุป ให้ต่างฝ่ายต่างถอยออกจากที่ตั้งของตน เราได้แต่หวังและสวดภาวนาขอให้ความสุขและความสงบกลับคืนมาอีกครั้ง

แต่ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ขอให้ทุกคนรู้ไว้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่ศูนย์เมอร์ซี่แห่งนี้จะยังคงดำเนินต่อไปดังเดิม แม้จะกังวลกับสถานการณ์ในประเทศและปัญหาที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต แต่เป้าหมายหลักที่เรายึดถืออยู่เสมอจะยังคงอยู่ เป้าหมายที่จะใช้เวลาทุกวินาทีในทุกๆวันเพื่อเด็กยากจนและไร้โอกาส เด็กเร่ร่อนตามข้างถนน เด็กที่ต้องอาศัยหลับนอนอยู่ตามเพิงพักในชุมชนแออัดทั่วกรุงเทพฯ เจ้าหน้าที่ของเราจะยังคงออกเยี่ยมเยียน คอยดูแลและปกป้องเด็กๆในพื้นที่ต่างๆทุกวันเช่นเคย แม่ของเด็กหรือคุณย่าคุณยายที่มีเรื่องฉุกเฉินหรือปัญหาในครอบครัวยังคงมาขอ ความช่วยเหลือที่นี่ได้เสมอ ชีวิตทุกชีวิตที่ศูนย์เมอร์ซี่แห่งนี้จะยังคงดำเนินไปเช่นเดิมไม่เปลี่ยน แปลง เรายังคงเป็นครอบครัวใหญ่ แวดล้อมไปด้วยเพื่อนๆที่เรารักและคุ้นเคยเสมอมา

ตั้งแต่เดือนมกราคม ที่ผ่านมา เรามีสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นอีก 10 คน แปดคนในนั้น (เด็กชาย 7 คน เด็กหญิง 1 คน) ได้แก่ ปรีม เปรม ดีตั้น เอ๊เอ๋ ทัน พัน คีนู และมิ้นท์ เคยพักอยู่ที่บ้านเคโวเคียน (Kevorkian Home) มูลนิธิที่ให้การดูแลเด็กผู้ติดเชื้อเอดส์ซึ่งเพิ่งจะปิดตัวลงไม่นาน มาเป็นเวลาหลายปี ส่วนเด็กหญิงอีกสองคน (พลอย อายุ 5 ปี และ ปุ๊กกี้ อายุ 13 ปี) เป็นเด็กที่ถูกทอดทิ้งให้เร่ร่อนอยู่ข้างถนน

อ่านเพิ่มเติม...