วันพุธ, 09 กุมภาพันธ์ 2554 09:54

ร้านอาหารเบอร์เบิ้น สตรีทและออยส์เตอร์บาร์เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกอล์ฟการกุศล“บาทหลวงโจเซฟ ไมเอร์ และศูนย์เมอร์ซี่” ประจำปี ครั้งที่ 16 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ที่สนามกอล์ฟ รอยัล กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ ผู้สนใจสามารถลงสมัครเข้าแข่งขัน หรือให้การสนับสนุน ร่วมเป็นสปอนเซอร์ในกิจกรรมการกุศลครั้งนี้ หรือเข้าร่วมการประมูลหลังจบรายการแข่งขัน เพื่อช่วยเหลือเด็กๆ โดยรายได้จากการแข่งขันทั้งหมดจะนำไปสร้างบ้านพักให้เด็กๆ และสนับสนุนโครงการการศึกษาในชุมชนแออัด ทราบรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ลิงค์นี้ หรือที่เว็บไซต์ www.bourbonstbkk.com

วันพุธ, 09 กุมภาพันธ์ 2554 09:49
The Bourbon St. Restaurant and Oyster Bar is holding its 16th Annual “Fr. Joe Maier-Mercy Centre” Charity Golf Classic on Friday, March 11, at the Royal Golf & Country Club, 12 Noon, Shotgun. Please join us as a player and/or sponsor. Or you can contribute to the post-tournament auction. There are many ways you can help, and all proceeds will go for our children’s shelters and slum education programs. The link to more details is here. Or visit bourbonstbkk.com. Tele.: 02 259-0328/9.
วันเสาร์, 05 กุมภาพันธ์ 2554 04:52
This article originally appeared in Thai Day  newspaper– Aug. 18, 200 A link to the original article is here.

Loaning a lifeline

By Lim Li Min

A network of social workers in Klong Toey are replacing loan sharks with their hands-on help.

Klong Toey,  Thailand’s biggest urban slum, is comprised largely of rickety lean-tos. Some of these look onto fetid sewers; others have open doorways leading onto the area’s complicated tangle of sois. As children play in these densely populated streets, many a mother or a grandmother etches out a living through jobs such as selling noodles or mending clothes.

Malika Lertlumwan, a co-ordinator with the Women’s Group Credit Union (WGCU), an arm of the Human Development Foundation’s (HDF) Mercy Centre, knows every nook and cranny of these sois. She and other social workers have walked down these tiny lanes every day for the last few years. On her trips, Malika collects daily contributions from women who are paying back WGCU loans. Sometimes, she collects small sums that will go toward a family’s nest egg.

The social workers are not an unwelcome sight in the sois, as residents say the WGCU has provided a welcome alternative to the loan sharks that prey on their community. Since it was founded 12 years ago, the women’s group has helped fend off problems associated with the loan sharks, such as racketeering, intimidation, destruction of property and violence.

“People always know who they can go to if they need [quick] money,” says Malika. The Mercy Centre’s social workers estimate that more than 50 percent of Klong Toey’s families are in debt to loan sharks. Malika says some families have even fled the community to escape loan sharks, who may be living just a street or two away. Families who cannot pay their debts have had their valuables and property seized. Some are viciously attacked by large groups of gangsters.

อ่านเพิ่มเติม...

วันศุกร์, 04 กุมภาพันธ์ 2554 06:54

Yenakart School

คงเป็นการยากถ้าจะมองหาที่ตั้งของสถานรับเลี้ยงเด็กก่อนวันเรียนเย็นอากา ศเมอร์ซีบนแผนที่กรุงเทพฯ ด้วยทำเลที่ตั้งใจกลางย่านชุมชน ใต้สะพานข้ามไปฝั่งพระประแดง  แต่ทว่าบริษัทจักรยานนำเที่ยว ที่สร้างบรรยากาศผ่อนคลายกับการขี่จักรยานชมเมืองกรุงเทพฯ กลับมาสะดุดตาเข้ากับโรงเรียนเย็นอากาศแห่งนี้เมื่อหลายปีมาแล้ว และก้าวเข้ามาให้การสนับสนุนการดำเนินงานของเรามาโดยตลอดตั้งแต่นั้นมา วันนี้พวกเขาได้นำคณะทูตจากประเทศออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา ชิลี เม็กซิโก เนเธอร์แลนด์ ปากีสถาน ซาอุดิอาระเบีย และสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ มาเยี่ยมชมโรงเรียนของเรา และมอบเงินสนับสนุนให้กับคณะครูโรงเรียนเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ในวันนี้ นักเรียนของเราได้ทำกิจกรรมมากมายเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือน ไม่ว่าจะเป็นร้องเพลง เต้นรำ และแน่นอน สิ่งที่ขาดไม่ได้ คือ ฮูลาฮูป สร้างความสนุกสนานครื้นเครงให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก ส่วนภาพที่เห็นข้างล่างนี้เป็นช่วงที่เด็กๆกำลังเล่นตบแผะกันอย่างสนุกสนาน


yenakart 2

วันศุกร์, 21 มกราคม 2554 06:52

Archbishop of Bangkok

เมื่อเช้าวันที่ 8 มกราคม 2554 พระสังฆราช ฟรังซิสเซเวียร์ เกรียงศักดิ์ โกวิทวาณิชนำผู้แทนจากโบสถ์คาทอลิก 10 แห่งในกรุงเทพฯ ร่วมเดินการกุศลที่สวนลุมฯ เพื่อหารายได้สนับสนุนศูนย์เมอร์ซีของเรา กิจกรรมครั้งนี้มีผู้ให้ความสนใจเข้าร่วม ทั้งผู้ใหญ่และเด็กกว่า 1,000 คน ทั้งเด็กๆจากศูนย์เมอร์ซี และพ่อแม่อุปถัมป์ที่ศูนย์แห่งนี้ นอกจากนี้ หลังกิจกรรมเดินการกุศล ทางศูนย์ฯยังจัดให้มีการแสดงจากเด็กๆของเรา ไม่ว่าจะเป็นการสาธิตกีฬาเทควันโด การเล่นดนตรี และเต้นรำ เพื่อสร้างความบันเทิงให้ผู้มาร่วมงานอีกด้วย

ชมบรรยากาศความสนุกสนานในวันนั้นได้จากรูปถ่ายของเรา

Walk for Mercy

วันพุธ, 22 ธันวาคม 2553 11:11

Christmas Story Illustration

วันนี้เป็นวันคริสต์มาส ณ ชุมชนแออัดย่านคลองเตย พวกเราได้พยายามและทุ่มเทกันมาตลอดทั้งปีเพื่อตามหาพ่อแม่ของเด็กที่ถูกทอด ทิ้งเหล่านี้ เด็กๆที่มีศูนย์เมอร์ซีเป็นเหมือนบ้านของพวกเขา บ้านเพียงหลังเดียวที่เขาจำได้ พวกเขาอยากรู้ว่าตนเองมาจากไหน อยากมีความทรงจำในอดีตเหมือนคนอื่นๆ แม้จะเป็นความจริงอันเจ็บปวดและไม่น่าชื่นชมยินดีเลย แต่ถึงอย่างไรมันก็จะทำให้พวกเขาสามารถเล่าเรื่องราวของตนเองได้ และมีโอกาสได้กลับไปที่ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นบ้านของเขา แม้จะเพียงชั่วระยะเวลาสั้นๆก็ตาม การตามหาบ้านที่แท้จริงของเด็กๆโดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทอันห่างไกลนั้นช่าง เป็นงานที่ยากลำบากจริงๆ และก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอีกเช่นกันที่จะต้องตามหาพ่อแม่ของเด็ก ซึ่งไม่อยากเปิดเผยตัวตนที่แท้จริง แต่อย่างไรก็ตาม ด้วยความพยายามและตั้งใจจริงก็ทำให้พวกเราประสบผลสำเร็จมาแล้วหลายต่อหลาย ครั้ง

หากจะเปรียบก็คงเหมือนครอบครัวของพระเยซูคริสต์ที่ได้เดินทางออกจาก อียิปต์ เพื่อกลับบ้านของตน การเดินทางอันยาวไกลจากอียิปต์มุ่งหน้าสู่เมืองกาลิลีด้วยหัวใจที่มุ่งมั่น งดงามแม้จะต้องเจ็บปวดและพบกับภยันอันตรายหลายต่อหลายครั้ง เช่นเดียวกับเราที่จะได้กลับบ้านในวันคริสต์มาสนี้

 และเนื่องจากวันนี้เป็นวันคริสต์มาสเราจึงขอถ่ายทอดเรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์ดังต่อไปนี้

นี่เป็นเรื่องราวของโจเซฟ มารี และลูกน้อย...พระเยซูคริสต์  โจเซฟมีอาชีพเป็นช่างไม้รับจ้างเดินทางไปมาระหว่างหัวเมืองต่างๆในอียิปต์ เพื่อหางานทำเลี้ยงชีพ รับงานก่อสร้างทั้งงานไม้และงานหิน  ตามตำนานเล่าว่าโจเซฟและครอบครัวต้องหลบหนีออกจากเมืองหนึ่งไปยังอีกเมือง หนึ่งอยู่เสมอ สาเหตุก็เป็นเพราะทุกครั้งที่พวกเขาเดินผ่านรูปปั้นใดๆ ก็มักจะทำให้รูปปั้นเหล่านั้นพังทลายลงมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ในขณะที่ผู้คนเหล่านั้นรู้สึกไม่พอใจและตามไล่ล่าครอบครัวของโจเซฟ แต่ฉันและคนอื่นๆที่กลับรู้สึกชื่นชมยินดี เพราะโจเซฟและครอบครัวได้ทำให้ดินแดนต่างๆที่พวกเขาเดินทางผ่านกลายเป็นสถาน ที่แห่งพระพร และอียิปต์เองก็ได้กลายเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์ด้วยเหตุผลนี้

 เป็นเวลากว่าสองปีที่พวกเขาต้องคอยหลบหนีเอาชีวิตรอด เป็นเวลากว่าสองปีแล้วนับจากคืนแห่งความตาย ณ เมืองเบธเลเฮม คืนวันนั้นที่พระเยซูคริสต์ได้ถือกำเนิดขึ้น

 ในคืนนั้นทูตสวรรค์ได้บันดาลให้โจเซฟฝันถึงเหตุการณ์อันเป็นนิมิต เตือนให้รู้ล่วงหน้าว่าจะมีเหตุการณ์ไม่ดีเกิดขึ้น  ขณะเดียวกันเฮโรดผู้ชั่วร้ายก็ได้ส่งลูกน้องที่โหดเหี้ยมที่สุดของตนให้มา ฆ่าพระเยซูคริสต์น้อยที่เพิ่งลืมตามาดูโลก ในตอนนั้นพระนางมารีก็ตื่นขึ้นด้วยสัญชาติญาณแห่งความเป็นแม่ จูบลูกน้อยเบาๆเพื่อปลุกให้ตื่น แล้วค่อยๆหนีออกมา ณ ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดยามเที่ยงคืน ท่ามกลางเสียงกรีดร้องและเสียงตะโกนแห่งความหวาดกลัว ในฝันของโจเซฟนั้น มีเสียงบอกเขาว่า “จงพาแม่ลูกคู่นี้ไปยังอียิปต์”

ตามตำนานเก่าแก่แห่งคริสต์ศาสนานั้นเล่าว่า ครอบครัวของโจเซฟออกเดินทางออกมาตามลำพังในคืนนั้น ไปตามเส้นทางที่เสี่ยงอันตรายในทะเลทรายเนเกฟ ด้วยความเชื่อและศรัทธาในพระเจ้า โดยมีดวงดาวเป็นผู้นำทาง หากจะเลือกใช้เส้นทางปกติที่ผ่านกาซ่า ก็กลัวว่าจะมีทหารที่กษัตริย์เฮโรดส่งมา ยืนถือดาบรอพวกเขาอยู่

เวลาผ่านไปกว่าหนึ่งเดือนนับตั้งแต่วันที่โจเซฟเริ่มออกเดินทางจนเข้าสู่ อียิปต์ พวกเขาเปรียบเหมือนนักเดินทางแปลกหน้า อยู่ในดินแดนแปลกถิ่น ที่ตนไม่เคยรู้จัก โจเซฟและครอบครัวเดินทางไปเรื่อยๆด้วยความระมัดระวัง และไม่ไว้ใจผู้ใด

และในวันนี้ ถือเป็นวันครบรอบสองปีนับตั้งแต่วันประสูติของพระเยซูคริสต์ และแม้เวลาจะผ่านไปอีกหลายศตวรรษ ผู้คนก็ยังระลึกถึงความสำคัญของวันๆนี้ และเรียกว่าเป็นวันฉลองคริสต์มาส แต่ ณ คืนนั้น โจเซฟและครอบครัวยังเดินทางต่อไปตามลำพัง ไม่มีทูตสวรรค์มาขับขาน ร้องเพลงสรรเสริญพระเจ้าบนสวรรค์ ไม่มีคนเลี้ยงแกะ ไม่มีโหราจารย์ทั้งสามที่นำทอง กำยาน และมดยอบมามอบให้เป็นของกำนัลแก่ทารกน้อย

โจเซฟไม่มีทั้งเงิน ไม่มีทั้งบ้าน เขาและครอบครัวต้องอาศัยที่พักคนงานใกล้ๆไซต์งานก่อสร้างเป็นที่พักชั่ว คราว  และเนื่องจากเขาไม่ใช่ชาวอียิปต์ จึงเป็นได้เพียงเป็นคนงานนอกเวลา คอยเสริมตำแหน่งที่ยังว่างและขาดคน ไม่มีอัตราค่าจ้างที่แน่นอน นอกจากเท่าที่นายจ้างจะให้เท่านั้น แต่ไม่ว่าอย่างไร จงยิ้มไว้...โจเซฟ...คนต่างถิ่นในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย ชาวต่างชาติที่มารับจ้างเป็นคนงานก่อสร้างในเขตทหารของอียิปต์หรือโรมัน

โจเซฟเดินทางมุ่งหน้าไปยังกรุงไคโรเก่า ที่ซึ่งอีกหลายร้อยปีหลังจากนั้นจะถูกบูรณะและสร้างขึ้นใหม่ กลายเป็นกรุงไคโรอย่างในปัจจุบัน  กรุงไคโรเก่าตั้งอยู่ในแม่น้ำไนล์ โจเซฟเคยได้ยินมาว่าที่นั่นมีงานประจำให้กับช่างไม้มืออาชีพอย่างเขา ตำนานหลายฉบับที่เล่าต่อกันมายืนยันตรงกันว่าโจเซฟและครอบครัวตัดสินใจอาศัย อยู่ที่กรุงไคโรเก่าต่อไปอีกสองสามปี ด้วยการรอคอย และสวดอ้อนวอนให้ทูตสวรรค์มาบันดาลให้เกิดความฝันกับเขาอีกสักครั้ง โจเซฟเฝ้ารอนิมิตที่จะบอกให้เขารู้ว่าถึงเวลากลับบ้านแล้ว

ตามตำนานกล่าวว่า หลังจากนั้นต่อไปอีกห้าปี ขณะที่ยังอยู่ในอียิปต์ โจเซฟได้ฝันถึงนิมิตบอกเหตุอีกครั้ง ในฝันนั้นกษัตริย์เฮโรดผู้โหดเหี้ยมได้สิ้นพระชนม์ลง พระนางมารีเองก็ได้ยินข่าวลือเรื่องนี้มาจากตลาดเช่นเดียวกัน

โจเซฟและมารีปรึกษากัน และสวดอ้อนวอนต่อพระผู้เป็นเจ้า พวกเขาได้ข้อสรุปว่าถึงเวลาแล้วที่น่าจะพาลูกกลับบ้านได้อย่างปลอดภัย บ้านในกาลิลี บ้านของพวกเขา ญาติพี่น้อง และบรรพบุรุษ

 การเดินทางกลับสู่บ้านในกาลิลีใช้เวลาอีกหนึ่งเดือน พวกเขานั่งเรือล่องไปตามแม่น้ำไนล์ ขี่ลา แล้วเดินเท้าต่อไปอีก โจเซฟและครอบครัวยังคงเดินทางด้วยความรอบคอบและระมัดระวัง เลือกใช้เส้นทางอ้อม แทนที่จะผ่านเมืองใหญ่อย่างเยรูซาเล็ม หรือนาซาเร็ธ จนมาถึงบ้านในที่สุด ทันทีที่ญาติพี่น้อง และสมาชิกในครอบครัวได้กลับมาพร้อมหน้ากันอีกครั้ง ทุกคนต่างก็ซาบซึ้ง ร้องไห้ด้วยความปลื้มปิติ แล้วผลัดกันเล่าเรื่องราวในชีวิตที่ผ่านมาของแต่ละคน ใครจากไป ใครมีสมาชิกใหม่ในครอบครัว พวกเขาเหมือนได้เริ่มต้นชีวิตใหม่อีกครั้งหลังจากที่ต้องจากกันไปถึงหกปี

 และเราขอใช้เรื่องราวอันศักดิ์สิทธิ์นี้เพื่อต้อนรับพวกคุณทุกคนที่มา เยือน ยินดีต้อนรับสู่บ้านเมอร์ซีอีกครั้ง อาจกล่าวได้ว่า “ศูนย์เมอร์ซี บ้านแสนวิเศษของพวกคุณ” แห่งนี้ คือ สถานที่แห่งความทรงจำที่เต็มเปี่ยมอยู่ในหัวใจของคุณทุกคน ความทรงจำอันแสนหวานที่มักมีความทุกข์เจือปนอยู่ แต่ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร ขอให้เราทุกคนจงกลับบ้านของตน จากที่ๆพวกคุณอยู่ และที่นี่บ้านของพวกเรา หากโชคดี เราอาจได้พบโจเซฟ พระนางมารี และพระเยซูคริสต์พระองค์น้อย กำลังก้าวเดินไปตามทาง หรือคุณอาจได้พบเด็กที่ถูกทอดทิ้งอยู่ข้างถนน บางทีพวกเขาอาจเป็นลูกพี่ลูกน้องกับพระเยซูคริสต์ก็ได้ จงกอดพวกเขาไว้ แล้วอวยพรให้เขามีความสุขในวันคริสต์มาสนี้

วันจันทร์, 20 ธันวาคม 2553 10:19

Mercy Kids Cheering

ในนามของเด็กๆสมาชิกศูนย์เมอร์ซีและพ่อแม่ของพวกเขา ครูอาจารย์ คนครัว คนงาน และสมาชิกทุกคนในศูนย์เมอร์ซีแห่งนี้  เราขอขอบคุณในมิตรภาพและความช่วยเหลือสนับสนุนที่พวกคุณมีให้ตลอดปี ค.ศ.2010 ที่ผ่านมา

และเราขอนำเสนอรายงานเกี่ยวกับตัวเลขสถิติในปี ค.ศ.2010 บางส่วนที่แสดงให้เห็นว่ามิตรภาพที่คุณให้มานั้นสร้างความแตกต่างให้เกิด ขึ้นกับเด็กๆและชุมชนคลองเตยมากเพียงใด

ในปี ค.ศ.2010 บ้านเมอร์ซีมีเด็กกำพร้าและเด็กที่ถูกทอดทิ้งจำนวน 182 คนอยู่ร่วมเป็นครอบครัวเดียวกับเรา เด็กเหล่านี้มีโอกาสได้ไปโรงเรียน ได้รับการดูแลสนับสนุน ให้กำลังใจ ให้ความรู้ และดูแลเอาใจใส่ เด็กๆได้รู้จักโลกแห่งเสียงดนตรี การเต้นรำ กีฬา ศิลปะ และการต่อสู้ป้องกันตัว เราเฉลิมฉลองชีวิตใหม่ด้วยกันทุกวัน

ผลการดำเนินงานของพวกเราในปี ค.ศ.2010

  • เด็กๆในชุมชนแออัด 2,324 คน ได้รับการดูแลในสถานศึกษาก่อนวัยเรียนในกรุงเทพฯ 21 แห่ง
  • มีผู้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา 651 ราย เพื่อช่วยเหลือเด็กยากจนในกรุงเทพฯที่มีความเป็นอยู่อย่างอัตคัดขัดสน
  • มีผู้ให้การสนับสนุนด้านการศึกษา 505 ราย ช่วยเหลือเด็กยากจนเผ่ามอร์แกนในจังหวัดภาคใต้ ได้แก่ พังงา ภูเก็ต และระนอง ซึ่งมีความเป็นอยู่อย่างยากลำบาก
  • ผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวนกว่า 54 คนได้รับการดูแลจากศูนย์เมอร์ซี
  • ผู้ป่วยโรคเอดส์ในศูนย์เมอร์ซี 846 คนได้รับการดูแลช่วยเหลือจากครอบครัวทางบ้าน
  • ผู้ติดเชื้อเอชไอวี และผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวนกว่า 3,468 คนได้รับคำปรึกษาจากทีมงานศูนย์เมอร์ซีในโรงพยาบาลของรัฐ
  • เด็กและผู้ใหญ่ที่ร่อนเร่อยู่ตามข้างถนนได้เข้าเรียนในโรงเรียนยานัส คอร์แซก (Janusz Korczak School) ของเรา
  • สมาชิกในครอบครัวที่มีความเป็นอยู่อยากยากลำบาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุ กว่า 359 คน ได้รับความช่วยเหลือด้านอาหารและค่าครองชีพพื้นฐานจากศูนย์เมอร์ซี
  • มีเด็กยากจนกว่า 380 คน ที่ถูกดำเนินคดีในสถานีตำรวจหรือคดีความในศาลได้รับความช่วยเหลือจากศูนย์เมอร์ซี
  • เด็กและสมาชิกในครอบครัวที่ยากจนจำนวน 1,013 ราย ได้รับคำปรึกษาเกี่ยวกับกฎหมายและคดีความจากเจ้าหน้าที่ศูนย์เมอร์ซี
  • สหภาพสินเชื่อสตรีของเราได้อนุมัติเงินกู้รายย่อยให้สมาชิกกว่า 97 ราย
  • เด็กๆในศูนย์เมอร์ซี 27 คนได้เข้าเรียนในวิทยาลัยอาชีวศึกษาและมหาวิทยาลัยทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ

 รวมถึงผลการดำเนินงานของเราอีก 2 ประการ นั่นคือ

ในปี ค.ศ.2010 มีเด็กที่เข้ามาเป็นสมาชิกใหม่ในศูนย์เมอร์ซีของเราเพิ่มขึ้นอีก 36 คนโดยเป็นเด็กผู้ชาย 27 คนและเด็กหญิง 9 คน ด้วยหลักการที่เรายึดมั่นอยู่เสมอว่าเราจะไม่มีวันเพิกเฉยและละทิ้งเด็กที่ ต้องการความช่วยเหลือ

และในปีที่ผ่านมา มีเด็กๆในศูนย์เมอร์ซีถึง 23 คน (เด็กชาย 16 คนและเด็กหญิง 7 คน) มีโอกาสได้กลับบ้าน และใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวที่แท้จริงของตน กระบวนการในการประสานงานเพื่อส่งเด็กกลับไปหาครอบครัวของตนนั้นไม่ใช่เรื่อง ง่ายเลย เราจำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือสนับสนุนอย่างเต็มที่ทั้งจากเจ้าหน้าที่ ทีมงานศูนย์เมอร์ซีและจากฝ่ายครอบครัวของเด็กด้วย แต่ผลที่ได้นั้นยิ่งใหญ่และคุ้มค่าเกินสิ่งใด

 ครอบครัวคือทุกสิ่งทุกอย่าง

                ขอบคุณที่มาร่วมเป็นสมาชิกครอบครัวเมอร์ซี ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือสนับสนุนที่มอบให้เราตลอดทั้งปีที่ผ่านมา ขอบคุณ สำหรับทุกคำพูดที่อ่อนโยน สัมผัสอันอบอุ่น และทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณทำมานั้น เป็นของขวัญอันมีค่ายิ่งที่มอบให้เรา

Photo by Yoonki Kim

วันพฤหัสบดี, 16 ธันวาคม 2553 06:54

Princess Srirasmi Visits Mercy Centre
เมื่อ วันจันทร์ที่ 13 ธันวาคมที่ผ่านมา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จมาที่ศูนย์เมอร์ซี่ มูลนิธิส่งเสริมการพัฒนาบุคคลในพระอุปถัมภ์ฯ เพื่อฉลองวันคล้ายวันประสูติร่วมกับเด็กๆ

นี่เป็นการฉลองวันคล้ายวันประสูติครั้งที่สองของพระองค์ที่ศูนย์เมอร์ซี แห่งนี้  ปีที่แล้วเด็กๆมอบของขวัญให้พระองค์ด้วยการปฏิญาณตนว่าจะเป็นเด็กดี ไปโรงเรียน ตั้งใจเรียนหนังสือ เป็นคนซื่อสัตย์ และสุภาพกับต่อเพื่อนฝูง ครอบครัว และทุกๆคนในสังคม มาปีนี้เด็กๆกล่าวว่าจะปฏิบัติตามสิ่งที่เคยได้สัญญาไว้ต่อไป และยังได้เตรียมการแสดงเป็นของขวัญให้พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ฯ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงดนตรี ร้องเพลง เต้นรำ เล่นกีฬาเทควันโด และการเต้นฮูลาฮูปโดยเด็กเล็กๆจากศูนย์เมอร์ซี

แต่สิ่งที่ทำให้ประทับพระทัยมากที่สุดคือการแสดงระบำดอกบัว ที่พระองค์พอพระทัยมาก ทรงร้องตามไปพร้อมกับเด็ก และขอให้แสดงซ้ำอีกรอบหนึ่ง งานในวันนั้นจบลงด้วยความประทับใจและความภาคภูมิใจของเด็กๆที่ได้มีโอกาส แสดงต่อหน้าพระพักตร์ ภาพกิจกรรมโดย Chawalit Kumsatok.Photo Gallery.

วันอังคาร, 07 ธันวาคม 2553 11:38

Galong with Noodle Shop Lady

นับย้อนไปเมื่อ 15 ปีก่อน ในวันที่เราได้พบกาลองเป็นครั้งแรกนั้น เขาอายุประมาณ 24- 25 ปี ทำงานเป็นพนักงานเปิดประตูที่บาร์แห่งหนึ่งใกล้ตลาดประตูน้ำ กาลองเป็นเด็กที่มีพัฒนาการทางสมองช้า พูดได้เพียงไม่กี่คำเท่านั้น เขาไม่สามารถบอกใครๆได้ว่าตนเองมาจากไหนหรือเหตุใดจึงต้องมาใช้ชีวิตอยู่ตาม ลำพังในย่านที่มีผู้คนพลุกพล่านใจกลางกรุงเทพฯแบบนี้

                แม้จะไม่รู้เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตของกาลองเท่าใดนัก แต่เราก็รู้ว่าเหตุใดกาลองจึงสามารถเอาตัวรอดใช้ชีวิตอยู่ข้างถนนได้ เขาเป็นคนดีและชอบช่วยเหลือผู้อื่น เขาจะเดินเข้ามาคุณด้วยรอยยิ้ม และความเบิกบานสดใสตลอดเวลา ผู้คนไม่น้อยต่างก็เอ็นดูและคอยให้ความช่วยเหลือเขา และนี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เขาใช้ชีวิตอยู่ตามลำพังมาได้หลายต่อหลายปี

                แต่ก็มีผู้คนอีกไม่น้อยที่มิได้เอ็นดูและให้ความรักแก่เขา ด้วยความผิดปกติและพัฒนาการทางสมองที่ไม่เท่าคนอื่นทำให้กาลองเป็นเหมือน เด็กไร้เดียงสา ไม่ทันความรู้ความคิดของคนอื่น ไม่รู้วิธีเอาตัวรอดจากเล่ห์เหลี่ยมของโลกแห่งผู้ใหญ่ จนบางครั้งต้องถูกเอารัดเอาเปรียบหรือทำร้ายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

อ่านเพิ่มเติม...